0(0)

หลักการบัญชีเบื้องต้น รหัสวิชา ง 30287

หลักสูตรรายวิชา

ศึกษา  ความหมายและจุดประสงค์ของการบัญชี ประโยชน์ของข้อมูลการบัญชี ข้อสมมติแม่บท

การบัญชี ความหมายของสินทรัพย์  หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ  สมการบัญชีและงบดุล การวิเคราะห์รายการค้า และผ่านไปยังบัญชีแยกประเภท งบทดลอง กระดาษทำการ  6  ช่อง  การปิดบัญชี งบการเงิน การจัดทำบัญชีครบวงจรเบื้องต้น และฝึกกิจนิสัยในการทำบัญชี

เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักบัญชีคู่ของกิจการบริการ และสามารถทำบัญชีกิจการบริการได้ มีความรับผิดชอบในการทำงาน ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สะอาด สามัคคี มีน้ำใจ ใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ

ผลการเรียนรู้

  1. อธิบายประวัติ ความหมาย จุดประสงค์ ประโยชน์ ของสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ(ทุน) สมการบัญชี งบดุล และสมมติแม่บทการบัญชี
  2. มีทักษะในการวิเคราะห์รายการค้าที่มีผลต่อสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ(ทุน) และการบันทึกบัญชี
  3. มีทักษะในการบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันทั่วไป
  4. มีทักษะในการบันทึกบัญชีแยกประเภททั่วไป
  5. มีความละเอียดรอบคอบ และมีทักษะในการจัดทำงบทดลอง
  6. มีทักษะในการจัดทำกระดาษทำการ 6 ช่อง
  7. อธิบายหลักการจัดทำงบกำไรขาดทุน และงบดุล

มีทักษะในการบันทึกรายการปิดบัญชีทุกประเภท และจัดทำงบทดลองหลังปิดบัญชี

สารบัญรายวิชา

4 บทเรียน1h

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้เบื้องต้นของบัญชี?

1.การทำบัญชี (Book Keeping) เป็นหน้าที่ของผู้ทำบัญชี (Book Keeper) ซึ่งมีขั้นตอนของการปฏิบัติดังนี้ 1.1 การรวบรวม(Collecting) หมายถึง การรวบรวมข้อมูลหรือรายการค้าทีเกิดขึ้นประจำวัน และหลักฐานที่เกี่ยวกับการดำเนิน ธุรกิจ เช่น หลักฐานการซื้อเชื่อและขายเชื่อ หลักฐานการรับเงินและจ่ายเงิน เป็นต้น 1.2 การจดบันทึก(Recording) หมายถึง การนำรายการค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาบันทึกลงในสมุดรายวันขั้นต้นให้ถูกต้อง ตามหลัก การบัญชีที่รับรองทั่วไป โดยเรียงรายการตามลำดับก่อนหลัง และมีเอกสารประกอบ เช่น ใบกำกับสินค้า ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น 1.3 การจำแนก (Classifying) หมายถึง การนำรายการค้าที่บันทึกลงในสมุดรายวันขั้นต้นมาจำแนกให้เป็นหมวดหมู่ของประเภท บัญชีต่างๆ เช่น หมวดสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ และค่าใช้จ่าย 1.4 การสรุปผลข้อมูล (Summarizing) หมายถึง การนำประเภทหมวดหมู่ทางการบัญชีที่เกิดขึ้นจากการบันทึกรายการค้านั้นๆ เพื่อให้ทราบผล ของการดำเนินงานของกิจการ จะสรุปผลออกมาทางรูปแบบงบการเงิน คือ “งบกำไรขาดทุน” และถ้าต้องการทราบ ฐานะการเงิน ของกิจการ ก็จะสรุปผลออกมา ทางรูปแบบงบการเงินเช่นเดียวกันคือ “งบดุล”
ร่างบทเรียน
การมอบหมายงาน

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ?

สินทรัพย์ (Assets) หมายถึง สิ่งที่มีตัวตน หรือไม่มีตัวตนอันมีมูลค่า ซึ่งบุคคลหรือกิจการเป็นเจ้าของหรือสามารถถือเอาประโยชน์ได้จาก กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ สิทธิเรียกร้องมูลค่าที่ได้มา รายจ่ายที่เกิดสิทธิ และรายจ่ายของงวดบัญชีถัดไป 1. สินทรัพย์ที่เป็นตัวเงินหรือเทียบเท่าเงิน เช่น เงินสด และตั๋วเงินรับต่าง ๆ 2. สินทรัพย์ที่เป็นสิทธิเรียกร้อง เช่น ลูกหนี้ 3. สินทรัพย์ที่มีตัวตน เช่น ที่ดิน อาคาร รถยนต์ 4. สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน เช่น สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ สัมปทาน 5. รายจ่ายที่จ่ายไปแล้วจะให้ประโยชน์ต่องวดบัญชีถัดไป ได้แก่ ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าประเภทต่าง ๆ เช่น ค่าโฆษณาจ่ายล่วงหน้า สินทรัพย์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง สามารถจะเปลี่ยนเป็นเงินสด เช่น เงินสด เงินฝากธนาคาร เป็นต้น หรือสินทรัพย์อื่นที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็ว โดยปกติจะไม่เกิน 1 ปี เช่น ตั๋วเงินรับ ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ เป็นต้น 2. สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non – Current Assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้โดยเร็วซึ่งมีระยะเวลามากกว่า 1 ปี เช่น เงินลงทุนระยะยาว เงินให้กู้ยืมระยะยาวและการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทต่าง ๆ เป็นต้น สินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets) หรือเป็นสินทรัพย์ที่มีตัวตน มีลักษณะการใช้งานที่คงทน และมีอายุการใช้งานนานเกินกว่า 1 ปี เช่น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ รถยนต์ เป็นต้น สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่างไม่สามารถจับต้องได้ทางกายภาพ แต่สามารถตีราคาให้มีมูลค่าเป็นเงินตรา และถือกรรมสิทธิ์ได้ เช่น เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ค่าความนิยม เป็นต้น หนี้สิน (Liability) หมายถึง ภาระผูกพันในปัจจุบันของกิจการที่ต้องจ่ายชำระคืนแก่บุคคลภายนอกในอนาคต ภาระผูกพันดังกล่าวเป็นผลของเหตุการณ์ในอดีตซึ่งการชำระภาระผูกพันนั้นคาดว่าจะส่งผลให้กิจการสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ เงินเบิกเกินบัญชี เจ้าหนี้จำนอง เป็นต้น หนี้สินแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) หมายถึง ภาระผูกพันที่กิจการต้องชำระคืนภายในระยะเวลา ไม่เกิน 1 ปี เช่น เจ้าหนี้การค้าเงินเบิก เกินบัญชีธนาคาร เงินกู้ยืมจากธนาคารระยะสั้น ตั๋วเงินจ่าย เป็นต้น 2. หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non – Current Liabilities) หมายถึง หนี้สินซึ่งมีระยะเวลาการชำระคืนเกินกว่า 1 ปี หรือเกินกว่ารอบระยะเวลาการดำเนิน งานตามปกติของกิจการ เช่น เงินกู้ระยะยาว หุ้นกู้ พันธบัตรเงินกู้ เป็นต้น ส่วนของเจ้าของ (Owner’s equity) หมายถึง ส่วนได้เสียคงเหลือในสินทรัพย์ของกิจการหลังจากหักหนี้สิน ทั้งสินออกแล้ว กรรมสิทธิ์ที่เจ้าของกิจการมีในสินทรัพย์ เรียกว่า สินทรัพย์สุทธิ (สินทรัพย์ – หนี้สิน) ส่วนของเจ้าของกิจการแบ่งได้ 3 ประเภท 1.กิจการเจ้าของคนเดียว 2.ห้างหุ้นส่วน 3.บริษัทจำกัด

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การวิเคราะห์รายการค้า

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สมุดรายวันทั่วไป

เกี่ยวกับผู้สอน

0 (0 การให้คะแนน)

5 รายวิชา

190 ผู้เรียน

เรียน